เรื่องเด่นวันนี้
ID Theft IE8 iPad ARiP on iPhone Become a FB Fan Follow on Twitter
RSS
วิธีป้องกันการถูกแอบอ้างตัวตนบนเน็ต
Home > Articles
บทความ: คอมพิวเตอร์

และแล้วก็ถึงวันของเว็บเซอร์วิส

 
Rated 2.56/5 (9 Votes)
จำนวนผู้อ่าน 342 คน
โดย By Sarah L. Roberts-Witt : ฟ้าใหม่ สรรค์ใจ - 13 มีนาคม 2546



ปรับขนาดอักษร  
 
หน้า 1 จากทั้งหมด 3 หน้า

เมื่อความพร้อมของเทคโนโลยีมาบรรจบกับความต้องการในโลกธุรกิจ แล้วก็ถึงวันที่เว็บเซอร์วิสจะประกาศตัวสู่นักพัฒนาทั่วโลก

พื้นที่โฆษณา  
สนใจลงโฆษณา ติดต่อ โทร.0-2642-3400 ต่อ 4613








เมื่อความพร้อมของเทคโนโลยีมาบรรจบกับความต้องการในโลกธุรกิจ แล้วก็ถึงวันที่เว็บเซอร์วิสจะประกาศตัวสู่นักพัฒนาทั่วโลก

Rotech Healthcare (เป็นธุรกิจดูแลสุขภาพมูลค่าพันล้านดอลลาร์ โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Orlando รัฐฟลอริด้า) ดำเนินกลยุทธ์ในการรวบรวมซัพพลายเออร์ ให้มีการจัดส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์อย่างเครื่องผสมออกซิเจน หรือเครื่องช่วยพ่นยา เป็นต้น บริษัท Rotech มีการเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าอยู่ระหว่าง 50 ถึง 120 แห่งต่อปี และในขณะนี้บริษัทก็มีสาขาจัดจำหน่ายมากกว่า 650 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา Albert Prast ซึ่งเป็น CIO ของบริษัทกล่าวว่า “เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาวิธีการสื่อสาร และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทใหม่ๆ อย่างน้อยหนึ่งบริษัท (แต่ปกติคือ 2 หรือ 3) ในทุกสัปดาห์ เพื่อให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายของเราได้”

ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวที่สูงระดับนี้ จะเป็นผลดีต่อส่วนแบ่งตลาดของบริษัท หากแต่สิ่งที่ Prast ประสบก็คือฝันร้ายของการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการติดต่อระหว่างธุรกิจเหล่านี้ บริษัท Rotech จำเป็นต้องส่งใบสั่งสินค้าทั้งเวชภัณฑ์และเครื่องมือ ราว 5,000 ถึง 6,000 ใบต่อวัน จากเงื่อนไขของขนาด พื้นที่ให้บริการ และปริมาณของทรานส์แอ็กชันที่ระบบจะต้องรองรับ ส่งผลให้การประกอบแอพพลิเคชันต่างๆ ของธุรกิจ Rotech เข้าด้วยกัน แล้วยังต้องคอยดูแลให้สำนักงานไร้กระดาษทั้งหมดทำงานได้ดี นับเป็นสิ่งที่มีความท้าทายต่อ Prast และทีมงานเป็นอย่างมาก แต่ในขณะนี้ปัญหาหนึ่งกำลังได้รับการแก้ไข นั่นก็คืองานในการสื่อสารระหว่างระบบ ทั้งนี้ก็ต้องยกความดีให้กับการตัดสินใจนำเอาเทคโนโลยีของเว็บเซอร์วิสเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น SOAP, UDDI, WSDL และ XML

เป็นเวลาสองปีมาแล้ว ที่ Prast และทีมงานได้ทดลองใช้ไฟล์ XML ให้ทำงานเป็น Application Programming Interface (API) เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อแอพพลิเคชันหลักของบริษัท (ประกอบด้วยระบบวางแผนขององค์กร, ระบบคิดและเก็บเงิน รวมทั้งระบบปฏิบัติงาน) เข้ากับธุรกิจใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ด้วยการใช้ XML และ SOAP ทำให้บริษัทสามารถแปลงข้อมูล และฟังก์ชันการทำงานในระบบเก่า รวมทั้งเว็บแอพพลิเคชัน ให้กลายเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพียงตัวเดียวได้ แต่หลังจากที่ระบบได้ทำงานไประยะหนึ่ง เขาก็ได้พบกับปัญหาใหม่ นั่นคือ กรณีไฟล์ XML ที่ใช้เก็บข้อมูลของลูกค้า ไม่สามารถดึงขึ้นมาใช้ได้ในแบบเรียลไทม์ ซึ่งต่อมาเขาก็แก้ไขด้วยเทคโนโลยีของเว็บเซอร์วิส

หนึ่งปีผ่านไป บริษัทได้เริ่มต้นใช้ Blue Titan Studio และ Enterprise Studio (ที่ทำงานบน J2EE) ในการสร้างเว็บเซอร์วิสสำหรับจัดการระบบสินค้าคงเหลือ (Inventory) ให้เครื่องมือทางการแพทย์ โดยระบบนี้จะทำหน้าที่ดึงข้อมูลของผู้ป่วยมาจากระบบคิดและเก็บเงินของธุรกิจ รวมทั้งยังใช้เว็บเซอร์วิสในการจัดการประสิทธิภาพของเราเตอร์บนเน็ตเวิร์กอีก ด้วย จนถึงในขณะนี้ ต้นแบบของแอพพลิ-เคชันหลายตัวก็ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

“ในตอนที่ใช้ระบบฐานข้อมูล เราจำเป็นต้องคอยเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันในการค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวาน” Prast กล่าว “เว็บเซอร์วิสช่วยให้เราดึงสิ่งที่ต้องการขึ้นมาได้ ในเวลาที่ต้องการ”

เมื่อทุกอย่างพร้อม

Rotech Healthcare นับเป็นคัมภีร์เล่มโตที่แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจจะเริ่มใช้เว็บเซอร์วิสที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ มีปัญหาน้อย และมีความเป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อระบบเก่าที่มีอยู่ เข้ากับเว็บแอพพลิเคชันได้อย่างไร ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันอยู่ แล้ว ว่าปัญหาและงบประมาณที่บานปลายส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นจากงานในการประกอบ (Integrate) แอพพลิเคชันจากระบบงานต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เว็บแอพพลิเคชันได้กลายมาเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจ เว็บแอพพลิเคชันต้องการเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อที่ง่ายและใช้งานได้สะดวก ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่ได้รับการผลักดันมาจากผู้ใช้ ทั้งพนักงาน ฝ่ายบริหาร และลูกค้า ที่ต้องการเข้าใช้ข้อมูลได้ทันทีที่ต้องการ ผ่านทางเว็บบราวเซอร์

นอกจากความรวดเร็วในการเข้าใช้ข้อมูลแล้ว ผู้ใช้ยังต้องการข้อมูลที่มีความถูกต้องและครบถ้วนอีกด้วย แนวคิดใหม่ของข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และสอดคล้อง กัน ซึ่งเรียกว่า Consolidation View (แตก-ต่างจากการดึงข้อมูลแต่ละส่วนมาแสดงผลแยกกัน หรือที่เรียกว่า Splintered View) ช่วยให้การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “เราได้มองเห็นแล้วว่า สิ่งที่โดดเด่นของเว็บเซอร์วิส ก็คือการเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างแอพพลิเคชัน ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม บริษัทจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า” Bernhard Borges ซึ่งเป็น Managing Director ของ PricewaterhouseCoopers Consulting กล่าว

อย่างไรก็ดี ธุรกิจยังมีทางเลือกอื่นในการประกอบแอพพลิเคชันนอกเหนือจาก XML อย่างเช่น ไอบีเอ็ม, TIBCO Software, Vitria Technology และบริษัทผู้ขายอีกนับสิบรายในตลาดของมิดเดิลแวร์เพื่อการประกอบแอพพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์อย่าง Enterprise Application Integration (EAI) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนตรงตามชื่อ นั่นก็คือเพื่อช่วยให้บริษัทเชื่อมต่อแอพพลิเคชันบนเครื่องเมนเฟรม ให้สื่อสารกับระบบจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า (Customer Relationship Management) ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานบนเว็บได้ ถึงแม้ว่าโซลูชันเหล่านี้จะมีข้อดีอยู่หลายประการ แต่ซอฟต์แวร์ EAI ส่วนใหญ่มีการทำงานบนเทคโนโลยีปิด และต้องใช้โค้ดพิเศษเฉพาะงานเป็นจำนวนมาก

แต่ก็มีผลิตภัณฑ์ EAI บางตัวที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับความเป็นมาตรฐาน อย่างน้อยก็มี TIBCO และ webMethods ที่กำลังเพิ่มการสนับสนุน SOAP และ XML (หรืออาจจะเสร็จเรียบร้อยแล้วในเวลาที่คุณอ่านบทความนี้) อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีปิด แต่ซอฟต์แวร์ EAI และมิดเดิลแวร์ก็ยังมีความเหมาะสมกับงานบางอย่างมากกว่าเว็บเซอร์วิส “เว็บเซอร์วิสยังไม่มีความสามารถบางอย่าง เช่น มัลติแคสต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง TIBCO เชี่ยวชาญ” Annrai O’Toole ซึ่งเป็น CEO ของ Cape Clear Software ที่จำหน่ายเครื่องมือพัฒนาเว็บเซอร์วิสกล่าว

การพัฒนาเว็บเซอร์วิสโดยใช้เครื่องมือจาก Cape Clear, ไอบีเอ็ม, ไมโครซอฟท์ หรือผู้ขายรายอื่น สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการประกอบระบบแบบเก่ามาก “เรามักบอกลูกค้าของเราว่า พวกเขาต้องมองหาเป้าหมายที่จะเอาเว็บเซอร์วิส มาใช้เสียก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป้าหมายเหล่านั้นจะชัดเจนอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น งานในการประมวลผลใบสั่งสินค้าเองด้วยมือ ควรจะเปลี่ยนมาใช้ระบบที่ทำงานแบบอัตโนมัติด้วยเว็บเซอร์วิส” Mike Condon ซึ่งเป็นที่ปรึกษาใน Accenture กล่าว “ในกรณีเช่นนี้ การใช้ซอฟต์แวร์ EAI อาจเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน ที่สำคัญการใช้ EAI มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ในขณะที่ XML และ SOAP ก็สามารถทำงานได้ดีพอกัน”

กิจกรรมภายใน

Rotech Healthcare นับเป็นองค์กรแรกๆ ที่เริ่มต้นทดลองใช้เทคโนโลยีเว็บเซอร์วิส ถึงแม้ในช่วงแรกโครงการอาจจะยังไม่มั่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ในเวลานั้นทั้งมาตรฐานสำหรับการทำงานร่วมกันและความปลอดภัยของเว็บเซอร์วิสยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมจะให้คำมั่นอย่างแน่วแน่แล้วก็ตาม แต่ความเสี่ยงที่มีก็สำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมากในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งบริษัท Accenture, BEA Systems, SAP, HP, ออราเคิล และผู้ค้ารายอื่นๆ ได้ก่อตั้ง Web Standards Interoperability Organization (WS-I) ขึ้น การจัดตั้งองค์กรนี้เป็นเหมือนกับสัญญาณเริ่มต้นของความร่วมมืออย่างถาวรที่น่าจะประสพความสำเร็จ ทั้งไอบีเอ็มและไมโครซอฟท์ต่างได้นำเสนอวิธีที่ดูว่าจะแตกต่างกัน แต่แท้จริงแล้วมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้เว็บเซอร์วิสบนแพลตฟอร์มของ WebSphere และ .NET ทำงานร่วมกันได้

“เพียงแค่มาตรฐานอย่างเดียว ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะสามารถทำงานร่วมกันได้” Bob Sutor ซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่าย e-Business Standards Strategy ที่ไอบีเอ็มกล่าว “ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำร่วมกับ WS-I ก็คือ การพัฒนาโซลูชันของอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานบนมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นแนวทางของการสร้างโซลูชันสำหรับธุรกิจที่แท้จริงต่อไป”

ในขณะเดียวกัน ทางซันไมโครซิสเต็มส์ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นแพลตฟอร์ม Sun ONE ได้เสนอความจำนงที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง WS-I ซึ่งทำให้ซันมีตำแหน่งในการนำเสนอและลงความเห็นในระดับองค์กรได้ Wes Wassan ซึ่งเป็นรองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ iPlanet ของซันกล่าวว่า ทางบริษัทยอมรับหลักการพื้นฐานขององค์กรทุกประการ แต่ “เราเชื่อว่าถึงอย่างไรเสีย ซันก็ยังต้องการมากกว่านั้น คือการมีส่วนร่วมในองค์กรโดยการเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง”

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่บริษัทผู้คิดค้นนวัตกรรมบางแห่ง ก็มีโซลูชันสำหรับทำงานร่วมกัน และระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าสนใจ ทั้ง Grand Central Communications และ Flamenco Networks ต่างก็เป็นสมาชิกใหม่ของตลาดนี้ด้วยกันทั้งคู่ บริษัททั้งสองจำหน่ายเว็บเซอร์วิสเป็นโซลูชันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจที่แผนก Securities Equity Capital Markets ของบริษัท Wachovia Corp ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Charlotte รัฐ North Carolina ได้ใช้ Web Services Networks ของ Grand Central ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการตลาดกับ Thomson Financial ซึ่งให้บริการข้อมูลและการวิเคราะห์กับอุตสาหกรรมทางด้านการเงิน โดยอินทราเน็ตของ Wachovia เชื่อมต่อเข้ากับเน็ตเวิร์กของ Grand Central โดยใช้ SOAP และทาง Thomson ก็เชื่อมต่อกับ Grand Central โดยใช้ ASP.NET ของไมโครซอฟท์ ซึ่งก่อนหน้าที่จะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ บริษัทมีการแลกเปลี่ยนรายงานของตนผ่าน FTP ซึ่งมีอัตราความผิดพลาดสูงถึง 2-4 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้ว่าทีมงานของ Wachovia คิดว่าพวกเขาควรจะพัฒนาแอพพลิเคชัน และอินเทอร์เฟซสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลขึ้นมาเอง แต่ Gwen Moertel หัวหน้าแผนกสารสนเทศที่รับผิดชอบโครงการ Securities Equity Capital Markets กลับคิดว่างาน นี้จะสร้างปัญหาให้มากกว่าผลดี ปัญหาใหญ่ที่สุดซึ่งจะเกิดขึ้น ก็คือการทำความตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มภายใน “เราจำเป็นต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับ คนที่ใช้ FTP คนที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย และคนที่จัดการเกี่ยวกับฐานข้อมูล เพียงแค่การเข้าไปพบและบันทึกความต้องการก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือนแล้ว ดังนั้น การเอาต์ซอร์สจากบริษัทภายนอกจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับเรา” เธอกล่าว

โดยใช้ Grand Central ช่วยให้ Wachovia เริ่มต้นแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Thomson โดยใช้ XML และ SOAP ได้ในเวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ Moertel ประมาณว่าค่าบริการลงทะเบียนของ Grand Central อยู่ที่ประมาณ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายในการพัฒนา และดูแล ถ้าต้องสร้างระบบขึ้นมาเอง


 

PC Magazine

ฉบับที่ 45 ตุลาคม 2545



อ่านบทความอื่นๆ >>
ความคิดเห็น
Guest
นิค
เมือ: 17 สิงหาคม 2548 เวลา 12:08 น.
ทำไมเมนู Search ใช้งานไม่ได้คะ
Guest
bb
เมือ: 08 กันยายน 2548 เวลา 23:48 น.
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับweb serviceเป็นภาษา
อังกถษอะครับถ้าได้ที่เกี่ยวกับข้อมูลที่ให้มาได้ยิ่งดีอะครับ ถ้ามีช่วยบอกweb linkให้หน่อยจะเป็นพระคุณอย่างมากเลยครับ
ขอบคุณครับ^_^
ชื่อจริง

Email

ข้อความ
   Login  |  Register





  
Forum : 15 กระทู้ล่าสุด
กระทู้ รักในหลวง...รัหในหลวง (0)
กระทู้ Control Procedure over IT Outsourcing...Santichai Meekhun santichai.mee@nhkspg.co.th (1)
กระทู้ IE win7 ผมไม่ถามก่อนที่จะ download ไฟล์...ช่วยแก้ปัญหาด้วยครับ (2)
กระทู้ ออกจากเวปไม่ได้...กิตติพันธุ์ bable38@gmail.com (1)
ดาวน์โหลด eBook เกาเหลา
eBook : เกาเหลาไวรัส ตอน "ปรับแต่งระบบ สยบไวรัส"
โดย นายเกาเหลา   Rated 2.15/5 (527 Votes)
eBook : เกาเหลาไวรัส ตอน ถอดรหัส "ไวรัสคอมพิวเตอร์"
โดย นายเกาเหลา   Rated 2.02/5 (602 Votes)
eBook : อีบุ๊ก “เกาเหลา” Super Tips
โดย นายเกาเหลา   Rated 2/5 (474 Votes)
Home | ข่าวใหม่ไอที | นิดยสารคอมพิวเตอร์ เครือ ARiP | แนะนำผลิตภัณฑ์ | IT Forum | มุมสมาชิก | Newsletter | สนใจลงโฆษณา

 
Copyright © 2010 by ARIP Public Company Limited
ARIP สงวนสิทธิ์ห้ามทำซ้ำ ทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าในรูปแบบหรือสิ่งใดโดยไม่ได้รับการอนุญาตจาก ARIP เป็นลายลักษณ์อักษร
ARIP และโลโก้ ARIP เป็นเครื่องหมายการค้าของ ARIP Public Company Limited
Contact Webmaster : webmaster@arip.co.th | Send feedback