
แชร์ไฟล์ข้ามแฟลตฟอร์ม
จำนวนผู้อ่าน 637 คน
โดย ภานุพงษ์ ไชยจินดา - 29 กรกฎาคม 2546
ปรับขนาดอักษร

หลังจากที่ใช้ระบบเน็ตเวิร์กในแบบของตัวเองอย่าง AppleTalk มานาน ในที่สุด Mac OS X ก็เพิ่มการทำงานแบบสนับสนุนระบบเน็ตเวิร์กใหม่ๆ อย่าง TCP/IP ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปในระบบเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ โดยใน OS X นั้นมีการสนับสนุนการทำงานกับระบบเน็ตเวิร์กในแบบต่างๆ มากมาย
พื้นที่โฆษณา

สนใจลงโฆษณา ติดต่อ โทร.0-2642-3400 ต่อ 4613
หลังจากที่ใช้ระบบเน็ตเวิร์กในแบบของตัวเองอย่าง AppleTalk มานาน ในที่สุด Mac OS X ก็เพิ่มการทำงานแบบสนับสนุนระบบเน็ตเวิร์กใหม่ๆ อย่าง TCP/IP ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปในระบบเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ โดยใน OS X นั้นมีการสนับสนุนการทำงานกับระบบเน็ตเวิร์กในแบบต่างๆ มากมาย ดังที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้
AFP เน็ตเวิร์กดั้งเดิมของแมค
แมคอินทอชนั้นมีระบบเน็ตเวิร์กในแบบของตนเองที่ชื่อว่า AppleTalk หรือในชื่อ AFP (AppleTalk Filing Protocol) มานานมากแล้ว ซึ่งต้องการโปรแกรม AppleTalk ในการติดต่อเครื่องแมคอื่นๆ แต่หลังจากที่เน็ตเวิร์กแบบ TCP/IP ได้รับความนิยมมากขึ้น ใน OS X 10.0 ทางแอปเปิลได้แก้ไขให้คุณเชื่อมต่อ AFP โดยผ่านทาง TCP/IP ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี (แม้อาจจะช้าอยู่บ้างก็ตาม) แต่ใน OS X 10.2 ที่ออกมาใหม่นี้ ทางแอปเปิลยังให้คุณเชื่อมต่อกับเครื่องเก่าๆ ผ่านทาง AppleTalk แบบล้วนๆ ได้อีก ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่คุณสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเครื่องที่ใช้แต่ AppleTalk ได้อีกครั้งหนึ่ง
การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กของ OS X เปลี่ยนไป โดยที่ชุดคำสั่ง Chooser ถูกตัดออกไป โดยใช้คำสั่ง Connect To Server ผ่านทางเมนู Go (command+k) ซึ่งจะมีวินโดวส์ขึ้นมาให้เลือกกลุ่มเน็ตเวิร์กที่ต้องการ ให้เลือกที่ AppleTalk Zone เพื่อเลือกเครื่องในกลุ่มเน็ตเวิร์ก แต่ถ้าคุณจะเชื่อมต่อเครื่องที่ต้องการผ่านหมายเลข IP ของเครื่องละก็ ให้คุณใส่ค่า IP ลงในช่อง Connect To Server ได้เลย ค่านั้นจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ URL ของเว็บ
 |
ใน OS X 10.2 นี้การเชื่อมต่อกับเครื่องที่ใช้
AppleTalk นั้นสามารถเลือกได้จากกลุ่มของ
เครื่องที่ใช้เครื่องหมาย * |
ตามที่เราเข้าใจว่าชื่อต่างๆ ที่ใช้กันอยู่ว่าแต่ละชื่อหมายถึงอะไร เช่น http:// นั้นใช้กับเว็บไซต์, FTP:// ใช้กับไซต์ FTP แต่ที่จริงแล้ว URL เหล่านั้นสามารถนำมาใช้สำหรับเชื่อมต่อกับไฟล์เซิร์ฟเวอร์ด้วยเช่นกัน ดังเช่นถ้าคุณต้องการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการแบบ AFP ก็เพียงแค่กรอก URL ลงไปเช่น afp://server.domain.com และนอกจากนี้ยังสามารถใส่ username และ password เพื่อล็อกอินไปในตัวเหมือนกับ FTP ได้ เช่น afp://username:password@server.domain.com
SMB/CIFS เน็ตเวิร์กของวินโดวส์
ใน Mac OS X 10.2 ผู้ใช้สามารถค้นหาและเชื่อมต่อระบบกับเซิร์ฟเวอร์ หรือเครื่องอื่นๆ ที่เป็นวินโดวส์ โดยผ่านทาง SMB/CIFS (Server Message Block/Common Internet File System) ได้ในทันที ซึ่งในอดีตนั้นการเชื่อมต่อกับเครื่องที่เป็นระบบวินโดวส์ ต้องใช้โปรแกรมอย่าง Dave หรือ Sharity เข้าช่วย
ในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น SMB/CIFS โดยใช้ความสามารถของ OS X นั้น คุณจะใช้การค้นหาเครื่องที่ต้องการแชร์เอาจากในลิสต์รายชื่อของ Connect To Server ก็ได้ ซึ่งจะแสดงเป็นรายชื่อเวิร์กกรุ๊ปที่ค้นพบ หรือจะกรอก URL ที่ถูกต้องลงไปในช่อง Connect To Server เช่น smb://workgroup;server/share โดยในส่วนของ workgroup ให้แทนค่าเป็นชื่อเวิร์กกรุ๊ปของเครื่องหรือวงเน็ตเวิร์กของเครื่องนั้นๆ และสำหรับเซิร์ฟเวอร์ให้แทนค่าเป็นชื่อเครื่อง และ share ก็คือชื่อของโฟลเดอร์หรือไดรฟ์ที่ได้แชร์เอาไว้ ดังตัวอย่างที่เราทำไว้ เช่น smb://commarts;pc_ad/d เป็นต้น
 |
การเชื่อมต่อกับเครื่องพีซีที่ใช้วินโดวส์จาก
เมนู Connect To Server แล้วเลือก
เครื่องที่ต้องการเชื่อมต่อจากเวิร์กกรุ๊ป
ตามที่ปรากฏในลิสต์รายชื่อ |
หลังจากที่คลิ้กปุ่ม connect แล้วคุณจะถูกถาม username และ password จากนั้นเมื่อขออนุญาตเข้าใช้เครื่องเรียบร้อยแล้ว เซิร์ฟเวอร์แบบ SMB/CIFS ที่คุณแชร์เอาไว้ ก็จะปรากฏอยู่บนเดสก์ทอป เหมือนกับการแชร์โวลุ่มของแมคในแบบปกติ และสามารถสั่งแชร์โวลุ่มต่างๆ เพิ่มเติมได้อีก (ใน Dave หรือ Sharity ไม่สามารถเรียกแชร์โวลุ่มหลายโฟลเดอร์พร้อมกัน)
หลังจากที่คุณเคยเรียกเซิร์ฟเวอร์ SMB มาแล้ว มีวิธีการในการเรียกโวลุ่มนั้นมาอีกครั้งที่ง่ายขึ้นกว่าคราวแรก กล่าวคือคลิ้กที่เมนู Go แล้วเลือกเมนูย่อย Recent Server หรือใช้คำสั่ง Add To Favorites จากวินโดว์ของ browser ก็ได้
สร้างแอ็กเคานต์ให้ยูสเซอร์บนวินโดวส์
สำหรับการเชื่อมต่อกับเครื่องพีซีที่ใช้วินโดวส์นั้น นอกเหนือจากที่ต้องเปิดบริการ Windows Files Sharing ก่อนแล้ว การกำหนดให้มียูสเซอร์ที่สามารถใช้วินโดวส์ เชื่อมต่อเข้ามาที่เครื่องของคุณได้ ก็จำเป็นเหมือนกัน วิธีก็คือให้ไปที่ System Preferences > Account แล้วเลือกหรือสร้างยูสเซอร์แอ็กเคานต์ที่ต้องการ ให้สามารถเชื่อมต่อมาจากวินโดวส์ได้ โดยคลิ้กเลือกที่เช็กบ็อกซ์ Allow User to log in from Windows เพียงเท่านี้ยูสเซอร์คนนั้นก็สามารถเชื่อมต่อเข้ามาใช้โฟลเดอร์ Home ของตัวเองจากวินโดวส์ได้แล้ว
 |
สร้างหรือเลือก User ขึ้นมา แล้วอย่าลืม
เลือก Allow User to log in from
Windows เพื่อให้สามารถล็อกอินเข้ามา
จากวินโดวส์ได้ |
ตั้งชื่อเวิร์กกรุ๊ปกับ Directory Access
ปัญหาอย่างหนึ่งของการแชร์ไฟล์กับเครื่องพีซีที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้แมค ก็คือชื่อเวิร์กกรุ๊ป (Workgroup) ของเครื่องแมคที่แสดงใน Network Neighborhood จะมีอยู่เพียงชื่อเดียวคือ workgroup เท่านั้น ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้โดยใช้โปรแกรม Directory Access (Application / UtilitiesX) ที่ถูกออกแบบมาให้จัดการกับค่าคอนฟิกูเรชันต่างๆ ของระบบเน็ตเวิร์กที่ OS X มีมาให้
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วให้คุณเลือกที่ SMB แล้วคลิ้กปุ่ม Configure... เพื่อเปลี่ยนชื่อ Workgroup เป็นชื่อที่ต้องการ แล้วคลิ้ก OK เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง ง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนชื่อ workgroup ตามที่ต้องการได้แล้ว
 |
โปรแกรม Directory Access ที่ช่วยให้
คุณตั้งชื่อ workgroup ของเน็ตเวิร์ก
SMB ได้อย่างง่ายๆ รวมทั้งกำหนด
คอนฟิกูเรชันต่างๆ ของเน็ตเวิร์กได้อีกด้วย |
NFS ระบบไฟล์แบบยูนิกซ์
NFS ย่อมาจาก Network File System ซึ่งถือเป็นระบบที่ดีที่สุดของระบบแชร์ไฟล์เลยทีเดียว มันเป็นระบบที่ทำงานผ่าน TCP/IP และถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากในโลกของยูนิกซ์ ใน Mac OS X 10.2 ก็มีความสามารถในการใช้ระบบ NFS ได้เช่นกัน แต่ยังอยู่ในช่วงแรกๆ และออกจะยากพอสมควรสำหรับคนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในเรื่องของยูนิกซ์ และชุดคำสั่งแบบ Command Line
การแชร์โวลุ่มในแบบ NFS ไม่เหมือนกับ AFP หรือ SMB แม้แต่น้อย เนื่องจากโวลุ่มของ NFS จะไม่ปรากฏอยู่บนเดสก์ทอปเหมือนของทั้งสองกรณีแรก ซึ่งในการเรียก Sharepoint ขึ้นมานั้น คุณต้องใช้คำสั่ง mount_nfs (ในชุดคำสั่งแบบ command line) ผ่านโปรแกรมอย่าง Terminal เพื่อเรียกโวลุ่มนั้นมาใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามยังมีโปรแกรมอย่าง NFSmanager (http://www.bresink.de/osx/NFSmanager.html) ที่ช่วยให้การใช้งาน NFS บน OS X เป็นไปอย่างง่ายดาย แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ดีมากนัก ก็คือเวลาที่คุณต้องการเรียกโวลุ่มขึ้นมานั้น โปรแกรม NFSManager จะให้คุณเปิดการใช้งานแอ็กเคานต์ของรูต (Enable root user) ก่อน ซึ่งเป็นความคิดที่แย่เอามากๆ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยของระบบของคุณจากอันตรายบนเน็ตเวิร์ก
อย่างไรก็ตาม Mac OS X ซึ่งมีพื้นฐานมาจากยูนิกซ์ คงจะสนับสนุน NFS ได้ดีกว่านี้ในอนาคต
หน้าที่ 1 : แชร์ไฟล์ข้ามแฟลตฟอร์ม
หน้าที่ 2 :
WebDAV ที่มาพร้อมกับสิ่งใหม่