
[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]
เพิ่งจบไปหมาดๆ กับเวทีแอดแมน หรือ การประกวดสุดยอดงานโฆษณาและผลงานสร้างสรรค์ระดับโลกของไทย (Adman Award & Symposium 2008 )ที่จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด "ADVERTISM" (ลัทธิโฆษณา) ที่มีคนในวงการเอเยนซีโฆษณาเข้าร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝา พร้อมลุ้นรางวัล แอดแมน อวอร์ด รวมทั้งสิ้น 130 รางวัล จากจำนวนผู้เข้าประกวดทั้งสิ้น 1,027 ชิ้น โดยมีครีเอทีฟ จูซ จีวัน คว้าแชมป์คะแนนรวมสูงสุดทุก Category

จากผลงานที่ส่งเข้ามา ดูไม่ค่อยโดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมืองไม่เป็นใจ ทำให้เหล่าครีเอทีฟถึงทางตัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ลูกค้าใช้เงินยากขึ้น ปีนี้ผลงานที่เป็นสื่อผสมผสาน(IMC) ระหว่างโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และนิวมีเดีย ส่งเข้ามามากขึ้น บ่งชี้ให้เห็นแนวโน้มโฆษณาปีนี้อย่างชัดเจน
“โดยเฉพาะนิวมีเดีย คาดการณ์ว่า อีก 2 ปี ไทยจะเทียบมาตรฐานเวทีระดับโลกอย่างคานส์ อวอร์ด ได้
เพราะปีนี้ เริ่มเห็นผลงานส่งเข้ามามากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา” นายปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย และในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานแอดแมน อวอร์ด แอนด์ ซิมโพเซียม 2008 กล่าว
จากเวทีแอดแมน 2008 ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นนิวมีเดียมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้น วัดจากจำนวนผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่าทุกครั้ง รวมถึงครีเอทีฟก็มีการพัฒนาการสร้างสรรค์งานได้ดี แม้ขณะนี้มาตรฐานผลงานยังไม่สามารถเทียบชั้นในเวทีระดับสากลได้
นายปารเมศร์ ชี้ให้”บิสิเนสไทย” เห็นว่า ทั่วโลกใช้นิวมีเดียมานานแล้ว ในขณะที่วงการโฆษณาเมืองไทยยังเน้นไปสื่อ Traditional Media โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์ และทีวี เพราะเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดรวมนับแสนล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบนิวมีเดียถือว่ายังน้อยมากอยู่ที่ราวหลักร้อยล้านเท่านั้น
เขาคาดว่า อีก 2 ปีนิวมีเดียน่าจะมีมาตรฐานสามารถเทียบชั้นเวทีระดับโลก อย่างคานส์ อวอร์ด ได้ โดยดูจากผลงานที่ส่งเข้ามา นอกจากมีจำนวนมากกว่าทุกครั้งแล้ว ครีเอทีฟยังสะท้อนไอเดียออกมาได้ดี
ปัจจุบันมาตรฐานของแอดแมนก็เทียบได้กับมาตรฐานเวทีคานส์ อวอร์ด เพราะจากการจัดประกวดผลงานโฆษณาในทุกประเภท(Category) 5 ปีติดต่อกันมา มีผลงานส่งเข้ามามากขึ้นทุกๆ ปี อย่างปีนี้ส่งเข้ามาจำนวนทั้งสิ้น 1,027 ชิ้น เทียบจากปีที่แล้วเพียง 1,004 ชิ้นงาน
ในแง่ของการวัดผลความสำเร็จแต่ละปี จะดูจาก 2 ปัจจัยประกอบกัน คือ 1.จำนวนผลงานที่ส่งเข้ามา จำนวนชิ้นงาน และความโดดเด่นด้านไอเดีย 2.จำนวนผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งปีนี้เป็นอีกปีที่ดูจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังเห็นได้จากรางวัลหลายรางวัลที่ได้จากเวทีคานส์ ซึ่งของเราค่อนข้างโดดเด่นที่พรินท์แอด และทีวี
“หลายๆ ตัวของงานโฆษณา ได้รับการยอมรับมากจากระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ตัวพรินท์ และทีวี เราแข็งแรงมาก เพราะไทยยังนิยมสื่อดั้งเดิมอยู่มาก ส่วนนิวมีเดียน่าจะค่อยๆ ตามขึ้นมา ไม่น่าจะเกิน 2 ปีที่โดดเด่นได้ไม่แพ้สื่อดั้งเดิม” นายปารเมศร์ กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากนี้เวทีแอดแมนทุกปี ภาระกิจสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการเป็นส่วนหนึ่งสร้างบุคลากรหน้าใหม่เข้าสู่วงการโฆษณาไทย โดยครั้งนี้มีงานสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับนักศึกษา ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “คนโฆษณา เส้นทางนอกตำรา 5” และงานสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับนักโฆษณา จัดโดยนิตยสาร BrandAge
จุดมุ่งหมายหลัก คือ การให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวงการโฆษณา โดยผู้ดำเนินรายการและผู้อภิปรายจะมีการโต้ตอบกับผู้ร่วมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพูดคุยและวิเคราะห์ทิศทางที่อาจเป็นประโยชน์ต่อวงการโฆษณาไทยในอนาคต
ส่วนเทรนด์ในปีหน้า แอดแมน ครั้งที่ 6 คงจะใช้ธีมไม่หนีกันมากกับปีนี้ คือ คงเป็นเรื่องสื่อผสมผสาน (IMC) ระหว่างโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ที่จะผสมมากกว่า 3 สื่อขึ้นไป รวมถึงสื่อออนไลน์
สอดคล้องกับนายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ไอเดียของนักสร้างสรรค์งานโฆษณาจะใช้สื่อทำตลาดแบบผสมผสานจะถูกนำมาใช้มากขึ้น ยกตัวอย่างสินค้าที่มีการนำเอากิจกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำตลาดในปีนี้ ได้แก่ สิงห์ บรีส
โดยลูกค้าเริ่มมีการใช้สื่อที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่จะเน้นใช้สื่อแมส มีการโฆษณาทางโทรทัศน์ ใช้เงินสูง ปีนี้จะพบว่า บางโครงการจะไม่มีการใช้สื่อแมส จะเน้นใช้สื่อเอาต์ดอร์ บริเวณใกล้เคียงกับโครงการ พร้อมทั้งมีการแจกใบปลิวในบริเวณดังกล่าว หรือมีการจัดกิจกรรมช่วงก่อนการขายอีกส่วนหนึ่งด้วย
ขณะที่นายวิศิษฎ์ ล้ำเจริญโชค ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์โฆษณา บริษัท โอกิลวี แอนด์ เมเธอร์ เห็นว่า คุณภาพของผลงานที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้สิ่งพิมพ์ยังโดดเด่นอยู่ที่ 298 ชิ้น ตามด้วยทีวี 252 ชิ้น เอาต์ดอร์ 197 ชิ้น และวิทยุ 109 ชิ้น โดยนิวมีเดีย ถือว่ายังน้อยมาก อาจเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคยังติดกับสื่อดั้งเดิมอยู่ ส่วนธีมสร้างสรรค์โฆษณายังเป็นเรื่องการสื่อสารเชิงภาพลักษณ์สังคม
นักสร้างสรรค์โฆษณานำมาใช้เป็นธีมโฆษณาเชิงภาพลักษณ์สังคม กลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเปิดใจรับ สอดคล้องกับเทรนด์ผู้ซื้อสื่อใช้โฆษณาเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร และผสมผสานบีโลว์เดอะไลน์สร้างการรับรู้สินค้าใหม่
อย่างไรก็ดี แอดแมนปีนี้ อัตราการเติบโตของไอเดียลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เป็นเพราะครีเอทีฟถึงทางตัน จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีผลให้ลูกค้าประหยัดงบโฆษณามากขึ้น จึงจะเห็นว่า ปีนี้งานแอดแมน จึงใช้แนวคิด "ADVERTISM"
ลัทธิโฆษณา สื่อถึงงานโฆษณาเปรียบเทียบเสมือนลัทธิที่ยึดเหนี่ยว จิตใจคนทำงานมานาน มุ่งเติมเชื้อไฟให้ชาวโฆษณาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ส่งเสริมให้เกียรติภูมิของลัทธิโฆษณาดำรงอยู่อย่างมีแสนยานุภาพและเรืองรองต่อไปมิให้ถูกบั่นทอนด้วยอุปสรรคต่างๆ ทั้งลูกค้า สินค้าน่าเบื่อการเมือง เศรษฐกิจ ตลอดจนคนในแวดวงโฆษณาที่เกิดอาการถดถอย หมดไฟ ถอดใจและขี้เกียจ กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
วิถีพอเพียง คว้าแชมป์
จากการนับคะแนนรวม ครีเอทีฟจูซ จีวัน คว้าแชมป์แอดแมน 2008 ครั้งที่ 5 ซึ่งตัดสินด้วยการนับคะแนนรวมจากทุกรางวัลที่เอเยนซีได้รับ โดยเอเยนซีที่ได้รับคะแนนสูงสุดคือ ครีเอทีฟ จูซจีวัน 74 คะแนน อันดับ 2 บีบีดีโอ กรุงเทพฯ 73 คะแนน อันดับ 3 เจ้ ยูไนเต็ด 53 คะแนน อันดับ 4 โลว์ กรุงเทพฯ 48 คะแนน อันดับ 5 โอกิลวี่แอนด์ เมเธอร์ 45 คะแนน อันดับ 6 ลีโอเบอร์เนทท์ 44 คะแนน อันดับ 7 เจดับบลิวที 33 คะแนน อันดับ 8 มันเดย์ 28 คะแนน อันดับ 9 ออนโกอิง 24 คะแนน อันดับ 10 แมทช์บอกซ์ 23 คะแนน

นอกจากนี้ยังมีรางวัลใหม่ในปีนี้ Ad That Works เอเยนซีที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ จากสินค้าผลิตภัณฑ์นมดูเม็กซ์ ไฮ-คิว
นายเมธี จารุมณีโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง จำกัด (พีแอนด์จี) แสดงความเห็นว่า ปีนี้ดูเหมือนว่าธีมโฆษณาและครีเอทีฟแสดงผลงานไม่หนีกันมาก ส่วนใหญ่จะแสดงออกมาในลักษณะเชิงสร้างสรรค์สังคมและใช้ความเป็นท้องถิ่นเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานเป็นส่วนใหญ่
ที่เห็นก็ดูเม็กซ์ ที่ชอบเป็นพิเศษถ่ายทอดออกมาให้คนตระหนักในการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา ครีเอทีฟสามารถคิดโฆษณาและถ่ายทอดออกมาสนับสนุนกับงานวิจัยได้ดี สำหรับพีแอนด์จี ส่งผลิตภัณฑ์โอเลย์ ที่มีซอนย่า คูลลิ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทั้งพรินท์แอด และทีวี ซึ่งก็ค่อนข้างโดดเด่นเช่นกัน
นางสุภาณี เดชาบูรณานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารธุรกิจ บริษัท มายด์แชร์ จำกัด มีเดีย เอเยนซี กล่าวว่า ผลงานปีนี้ดูไม่ค่อยโดดเด่นนัก จากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และราคาน้ำมันส่งผลให้กลุ่มลูกค้าระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น ลดการท่องเที่ยวลง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้กับสินค้าไม่กล้าใช้จ่ายเงินทำการตลาดและโฆษณาเช่นกัน
ทำให้นักสร้างสรรค์งานโฆษณาจึงสะท้อนงานโฆษณาออกมาในเชิงส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมผ่านการใช้สื่อเพื่อช่วยกันไม่ให้ตื่นตระหนกกับปัญหารุมเร้าจากปัจจัยลบที่กำลังเผชิญ สังคม ในขณะที่แนวโน้มของการใช้สื่อ Below the Line กลับมีเข้ามามากขึ้นในการสร้างการรับรู้สินค้า หรือโปรโมชันใหม่
นางวรรณี รัตนพล ประธานบริหาร บริษัทอินิชิเอทีฟ จำกัด เอเยนซีโฆษณา แสดงความเห็นทิ้งท้ายว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดที่ได้รางวัลเกี่ยวกับความพอเพียง เป็นการสร้างสรรค์งานโฆษณา ครีเอทีฟพยายามสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา และสร้างการรับรู้ให้สาธารณะชน และเกิดแอ็กชันให้รัฐเล็งเห็น เพราะตอนนี้ไม่มีใครฟังใครแล้ว เป็นปัญหาระดับสังคมที่ต้องช่วยกัน ซึ่งแคมเปญดังกล่าวที่เกิดขึ้นเกิดการรับรู้เท่านั้น ยังไม่เห็นผลการกระทำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ดังนั้นความมั่นใจที่ลูกค้าจะซื้อสื่อก็ลดลง หันมาเลือกสื่อและทำกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์มากขึ้น โดยคาดว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา Above the Line ถูกแชร์ไปประมาณ 15 %
การทำงานของครีเอทีฟก็หนักขึ้นที่จะสร้างสรรค์งานให้เกิดการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ปัจจุบันคงเป็นการสร้างสรรค์โฆษณาเชิงภาพลักษณ์ทางสังคมคงจะช่วยให้เม็ดเงินโฆษณาเติบโตได้
อ่าน ข่าวการตลาด ธุรกิจและโฆษณา เพิ่มเติม
