เรื่องเด่นวันนี้
Twilight Eclipse iPhone 4 3D LED TV Become a FB Fan Follow on Twitter
RSS
Welcome,  Guest  Log-in  Register
  • New
  • Newsletter
  • Recommended
  • Edit Your Profile
Home > News > IT News
ข่าว: ไอที
Rated 2.42/5 (334 Votes)

9 เทรนด์สินค้าไอทีปี 2009

จำนวนผู้อ่าน 15,304 คน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ - 5 มกราคม 2552 เวลา 10:08 น.

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] ผู้จัดงานคอมมาร์ตเผย 9 แนวโน้มโลกไอทีมาแรงปี 2009 ทุกแนวโน้มชี้ว่าสินค้าไอทีต้องถูกและดีเท่านั้นถึงจะอยู่รอด เชื่อสงครามราคาจะเกิดขึ้นเพียงส่วนเดียวแต่จะต้องไปฟาดฟันกันที่คุณภาพว่า ใครคุ้มค่ากว่า ผลที่เกิดขึ้นคือจำนวนสินค้าไอทีที่จำหน่ายในปีฉลูจะไม่ลดลง แต่สัดส่วนกำไรจะตกต่ำแทน มั่นใจแม้เศรษฐกิจทั้งปีจะซบเซาเผาจริงเพียงไร แต่ตราบใดที่ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อและความต้องการ อุตสาหกรรมไอทีก็ยังไม่ถึงขาลง

พื้นที่โฆษณา  
Matching Game
สนใจลงโฆษณา ติดต่อ โทร.0-2642-3400 ต่อ 4613

 ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไป และผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด กล่าวว่าทั้ง 9 แนวโน้มนี้เป็นการพิจารณาจากข้อมูลที่มีและสิ่งที่ได้พบในงานแสดงสินค้าไอที หลากหลายงาน ข้อมูลบางส่วนสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronic : CE) ในปี 2009 กำลังมีพัฒนาการมากขึ้นจนทับซ้อนสินค้าข้ามสายพันธุ์ เชื่อว่าหลายตลาดจะถูกกลืนกินไป

          “ตลาด จะเบลอมากขึ้น คอมพิวเตอร์ตัวเล็กอย่างเน็ตบุ๊กจะเริ่มไม่แตกต่างจาก  โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือก็จะพัฒนาฟังก์ชันกล้องถ่ายภาพจนทับซ้อนกับกล้องดิจิตอลชนิด คอมแพค และในอนาคต การที่สมาร์ทโฟนจะหันมากินตลาดเน็ตบุ๊กก็อาจเกิดขึ้นได้“
      
       ประสิทธิ์บอกด้วยว่าปี 2008 ที่ผ่านมาเป็นปีที่โปรดักต์ไลน์สินค้าไอทีวิ่งเร็วมาก ความถี่ในการออกสินค้าไอทีทั้งปีค่อนข้างสูง แต่ปี 2009 เชื่อว่าความถี่นี้จะลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสหรัฐฯคือแหล่งผลิตเทคโนโลยีสำคัญของโลก หากสหรัฐฯต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจจริงอย่างที่คาดการณ์ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ความเร็วในการออกสินค้าไอทีใหม่จะช้าลงทั่วโลก
      
       เน็ตบุ้กจะไล่กินตลาดโน้ตบุ๊ก
      
       “เดสก์ ท็อปถูกโน้ตบุ๊กบี้มาแล้ว กำลังคิดว่าโน้ตบุ๊กจะถูกเน็ตบุ๊กบี้อีก ที่ผ่านมา ผู้บริโภคหลายคนมองไม่ออกว่าเน็ตบุ๊กและโน้ตบุ๊กเป็นคนละชนิดกัน มองแค่ว่าตัวเล็กกว่าและไม่มี ไดร์ฟ แต่ปี 2009 เน็ตบุ๊กจะเพิ่มขนาดหน้าจอเป็น 12 นิ้ว เมื่อจอใหญ่ขึ้นคีย์บอร์ดก็ใหญ่ขึ้นตาม และไม่แน่ก็อาจจะเพิ่มไดร์ฟดีวีดีมาให้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคยิ่งมองไม่ออกว่าเน็ตบุ๊กต่างจากโน้ตบุ๊กอย่างไร โดยผู้ผลิตหลายรายออกมาประกาศแล้วว่า         ปี 2009 จะทำตลาดเน็ตบุ๊กเพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 50%” ประสิทธิ์กล่าว
      
       เน็ตบุ๊ก (Netbook) คือคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเล็กราคาประหยัดที่เน้นความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ประสิทธิ์เชื่อว่าเน็ตบุ๊กจะน้ำหนักเบาขึ้นแต่สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้ ทุกชนิด ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่หมื่นบาทต้นๆ รุ่นที่ราคาแตะ 20,000 จะลดราคาลง ขณะที่โน้ตบุ๊กจะหนีการรุกรานของเน็ตบุ๊กด้วยการย้ายไปทำตลาดกลุ่มผู้สร้าง คอนเทนท์ เช่นกลุ่มผู้สร้างงานตัดต่อวีดีโอหรือมัลติมีเดีย แม้จะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มก็ตาม
      
       “โน้ตบุ๊กจะฉีกไปด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า เชื่อว่าโน้ตบุ๊กรุ่นเล็กจะไม่ตายเพราะยังต่างเรื่องราคา เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ที่ยังไม่ตายแม้จะถูกโน้ตบุ๊กรุกราน”
      
       มือถือใหม่จะเป็นระบบสัมผัสเกือบทั้งหมด
      
       ประสิทธิ์เชื่อว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ในปี 2009 จะเป็นระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนเกือบทั้งหมด แต่รุ่นล้ำสมัยอาจจะมาพร้อมฟังก์ชันพิเศษอย่างโปรเจคเตอร์ ฟังก์ชันกล้องถ่ายภาพจะพัฒนาไปเป็น 8 ล้านพิกเซลจนทับซ้อนกล้องดิจิตอลชนิดคอมแพค ดีไซน์ยังเป็น “สี่เหลี่ยม แบน บาง ติดกล้อง หน้าจอเรียบ” เช่นเดิม มือถือจากจีนจะครองใจรากหญ้าต่อไป
      
       “ตอน นี้มือถือมีหมดแล้ว ที่ยังขาดคือโปรเจคเตอร์ ที่งาน CES โชว์เทคโนโลยีนี้มาหลายปีแล้ว อาจจะฝังไปเลยหรือผลิตเป็นอุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยกกัน ตอนนี้จีนทำได้แล้ว เป็นทัชสกรีนที่สามารถเล่นเกมขณะฉายหนังผ่านโปรเจคเตอร์ LED ได้พร้อมกัน ขนาดภาพที่ได้จากโปรเจคเตอร์ประมาณ 50 นิ้ว”
      
       ประสิทธิ์มั่นใจว่า แพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิลจะมาแรงแน่นอนในกลุ่มผู้ไม่ใช่สาวกไอโฟน โดยปีฉลูจะเป็นปีที่ผู้ผลิตคอนเทนท์ผลักดันให้การใช้งานคอนเทนท์นอนวอยซ์ ผ่านโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีความเป็นไปได้ที่สมาร์ทโฟนจะพัฒนาความสามารถจนทับซ้อนเน็ตบุ๊ก เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองว่า โทรศัพท์มือถือไม่ใช่โทรศัพท์ แต่เป็นคอมพิวเตอร์ที่รันโปรแกรมโทรศัพท์
      
       “บริษัท OLO เปิดตัว Docking ที่มีหน้าจอใหญ่และคีย์บอร์ดสำหรับเสียบไอโฟน แนวคิดคือถ้าเสียบไอโฟนเข้ากับจอและคีย์บอร์ดก็สามารถเป็นเน็ตบุ๊กได้เลย หน้าจอของไอโฟนที่เป็นทัชสกรีนก็สามารถใช้เป็นทัชแพดได้ ความทับซ้อนกันแบบนี้เป็นไปได้ที่สมาร์ทโฟนจะมาแข่งกับเน็ตบุ๊กในอนาคต”
      
       วินโดวส์ 7 จะทำให้คนซื้อคอมพ์ใหม่

      เป็นที่รู้กันว่าวินโดวส์ 7 ระบบปฏิบัติการรุ่นต่อจากวิสต้าที่เชื่อกันว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน ไตรมาส 3 ปี 2009 จะมาพร้อมส่วนติดต่อผู้ใช้แบบใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องหาคอมพิวเตอร์ หน้าจอสัมผัสมาไว้ในครอบครอง จุดนี้ประสิทธิ์เชื่อว่าเป็นเพราะ   การคาดการณ์ของไมโครซอฟท์ ที่เชื่อว่าผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พีส่วนใหญ่จะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ใน ปี 2009
      
       ประสิทธิ์บอกว่าปี 2009 อาจมีแกดเจ็ดเกิดใหม่ในตลาด นั่นคืออุปกรณ์เสริมสำหรับเปลี่ยนหน้าจอธรรมดาให้กลายเป็นหน้าจอสัมผัสที่ สามารถใช้งานเทคโนโลยี Surface ซึ่งไมโครซอฟท์ภูมิใจนำเสนอในวินโดวส์ 7 อุปกรณ์เสริมนี้จะถูกติดตั้งไว้ด้านบนจอภาพ เพื่อทำหน้าที่จับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือบริเวณหน้าจอ
      
       สื่อจะพยายามผสมสิ่งพิมพ์กับดิจิตอลเข้าด้วยกัน
      
       ประสิทธิ์ยกคำกล่าวของซีอีโอไมโครซอฟท์ สตีฟ บอลเมอร์ ซึ่งระบุว่านับจากนี้อีก 10 ปี จะไม่มีหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์ใดที่ไม่เผยแพร่ข้อมูลผ่านเครือข่าย IP หรือเครือข่ายออนไลน์ จุดนี้จะทำให้สื่อออนไลน์มีบทบาทมากขึ้นขณะเดียวกันก็ทำให้ “E-Ink” หรือหมึกอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทในสิ่งพิมพ์มากขึ้นในปี 2009 จนเกิดเป็นสิ่งพิมพ์ลูกผสมหรือ Hybrid Media ที่เข้าสู่ความเป็นจริงยิ่งขึ้น
      
       ประสิทธิ์อธิบายว่า E-Ink คือจุดพิกเซลที่เปลี่ยนสีได้เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป สีพิกเซลที่เปลี่ยนสามารถค้างหรือคงสภาพไว้ได้โดยที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่สูง ประสิทธิ์ยกตัวอย่างนิตยสาร Esquire ซึ่งเริ่มทำนิตยสาร E-Ink ต้นแบบโดยซ่อนแบตเตอรี่ไว้ในปก ในเล่มมีการทดลองทำให้ฉากหลังของโฆษณารถยนต์เปลี่ยนสีได้จนทำให้ดูเหมือนรถ วิ่งอยู่
      
       เช่นเดียวกัน แนวโน้มการโฆษณาก็เริ่มเข้าสู่โลกดิจิตอลยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์อ่านโฆษณาภาพนิ่งในนิตยสารเป็นภาพสามมิติอาจได้รับความ นิยมมากขึ้น หรือการที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เริ่มทำประชาสัมพันธ์ผ่านทวิตเตอร์ (Twitter) ไมโครบล็อกที่สามารถอัปเดทรายการของสถานีให้กับสมาชิกผ่านโทรศัพท์มือถือ โปรแกรมแชต หรือทางอินเทอร์เน็ตแล้วในขณะนี้ ย่อมเป็นทิศทางที่ชี้ว่าสื่อดั้งเดิมพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิตอลยิ่ง ขึ้น
      
       บริษัทไอทีขอกินก่อนแล้วค่อยกรีน
      
       ประสิทธิ์คาดการณ์ว่าแกดเจ็ดสีเขียวหรือสินค้าไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อม จะเพิ่มขึ้นในปี 2009 แต่จะไม่แรงสุดขีด กรีนแกดเจ็ดที่จะมาแน่นอนในปีนี้คืออีบุ๊ก (E-book) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่โลกจะไม่ต้องสิ้นเปลืองต้นไม้เพื่อทำกระดาษอีกต่อ ไป แต่ในแง่การผลิตสินค้าไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อมเช่นโน้ตบุ๊กกรีนจะยังไม่ชัดเจน เพราะวิธีกรีนสินค้าไอทีที่ง่ายที่สุดคือการลดชิ้นส่วน ซึ่งอาจกระทบความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อจำหน่ายของผู้ผลิต
      
       “คนไอทีเห็นอีบุ๊กมากกว่า 10 ปีแล้ว ปีหน้าวัสดุที่จะเป็นส่วนประกอบในอีบุ๊กจะบิดได้ เหมือนกระดาษมากขึ้น อ่านชัดขึ้น กินไฟน้อยลง หน่วยความจำเพิ่มขึ้นและออนไลน์ได้ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ นักอ่านต่างประเทศนิยมมากเพราะไม่ต้องหอบหิ้วหนังสือแสนหนักติดตัวตลอดเวลา ยอมรับว่าอีบุ๊กอาจยังไม่เข้ามาในบ้านเราแต่แนวโน้มปี 2009 คือราคาเครื่องจะถูกลงแน่นอน”
      
       พีซีไร้สมองจะมาแรง
      
       ประสิทธิ์กล่าวว่าในงาน Virtual Machine World 2008 ได้มีการแสดงอุปกรณ์จำลองเครื่องลูกข่ายใหม่ล่าสุด เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีซีพียูแต่สามารถต่อเข้ากับหน้าจอและคีย์บอร์ดเพื่อทำงาน เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเครื่องหนึ่งได้ จุดนี้ประสิทธิ์เชื่อว่า ปี 2009 จะเป็นปีที่พีซีไร้สมองมาแรง และความนิยมในการทำเวอร์ชวลไลเซชันหรือการทำงานแบบเสมือนก็ยิ่งทำให้เดสก์ ท็อปไร้ความหมายยิ่งขึ้น
      
       “เมื่อ ก่อนเราพูดถึง Thin Client หรือพีซีฉลาดน้อย แต่นี่คือ Zero Client ซึ่งไม่มีสมองเลย มีลักษณะเป็นกล่องเล็กๆที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่สามารถรับสัญญาณจาก เซิร์ฟเวอร์ หนึ่งเซิร์ฟเวอร์สามารถเชื่อมต่อ Zero Client ได้ 35-40 เครื่อง การเก็บหรือเรียกข้อมูลก็ดึงจากเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม หากในเครือข่ายหนึ่งต้องใช้ลูกข่าย 30 เครื่อง ก็ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม 30 ครั้ง ลดความซ้ำซ้อนได้ ลดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาได้เพราะดูแลจากส่วนกลาง เกิดประโยชน์มากแต่ใช้เงินน้อย”
      
       ประสิทธิ์เชื่อว่าแม้ระบบทำงานเสมือนเช่นนี้จะทำให้เดสก์ท็อปพีซี หรือพีซีตั้งโต้ะไร้ความหมายลงไป แต่เชื่อว่าตลาดเดสก์ท็อปจะไม่หายไปง่ายๆ โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการศึกษา ที่ยังคงต้องใช้งานเดสก์ท็อปต่อไป
      
       วัฒนธรรมถ่ายคลิปและเครือข่ายสังคมสร้างแกดเจ็ตใหม่
      
       เครือข่ายสังคมจะไม่ถูกมองว่าสร้างรายได้ในแง่โฆษณาอีกต่อไป ปี 2009 ประสิทธิ์เชื่อว่าตลาดแกดเจ็ดเพื่อใช้งานบนเครือข่ายสังคม เช่น ไฮไฟว์ จะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับวัฒนธรรมถ่ายคลิป ก็อาจเกิดเป็นบริการด้านการถ่ายคลิปวีดีโอเพิ่มขึ้น
      
       “นอก จากเครือข่ายสังคมจะขายโฆษณาได้ เชื่อว่าจากนี้จะขาย Accessory ได้ด้วย ตอนนี้มีการจำหน่ายเสื้อยืดที่พิมพ์สัญลักษณ์หนึ่งไว้ หากเอากล้องดิจิตอลไปถ่ายภาพสัญลักษณ์นั้นด้วย Accessory นี้ ก็จะปรากฏเป็น Profile ที่สามารถเอาไปแอดในไฮไฟว์ได้ทันที บริการด้านถ่ายวีดีโอคลิปก็เริ่มมีมากขึ้น เช่นมีเว็บไซต์หนึ่งที่ให้บริการถ่ายคลิปวีดีโอด้วยโน้ตบุ๊กนาน 12 วินาที นั่นคือ 12seconds.tv”
      
       ถึงยุคเทราไบต์
      
       ประสิทธิ์เชื่อว่าปี 2009 คือปีที่ชาวไอทีจะได้สัมผัสกับความจุข้อมูลมหาศาลหน่วยเทราไบต์หรือประมาณหนึ่งพันกิกะไบต์
      
       “กิ๊กเราพูดกันมาเยอะแล้ว เชื่อว่าคราวนี้จะถึงยุคเทราไบต์ ปีนี้เราอาจได้ใช้โน้ตบุ๊กที่มีพื้นที่จุข้อมูลเป็นเทราไบต์ก็ได้”
      
       อีคอมเมิร์ชจะถูกพูดถึงอีกรอบ
      
       ประสิทธิ์เชื่อว่า กระแสความนิยมคลิปวีดีโอ ความแพร่หลายของกล้องถ่ายรูปดิจิตอล รวมถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยล้วนมีส่วนเสริมให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถูกหยิบยก มาตั้งความหวังกันอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกตั้งความหวังกันมานับครั้งไม่ถ้วน
      
       “ปี 2009 อาจจะมีการพูดถึงกระแสอีคอมเมิร์ชขึ้นมาอีก เศรษฐกิจไม่ดีเมื่อไหร่คนก็พูดถึงอีคอมเมิร์ช ตอนนี้มีคลิป มีกล้อง พวกนี้ส่งเสริมได้ และความเทคโนโลยีเหล่านี้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ชบ้านเราก็ยังใช้ไม่คุ้ม ยังใช้แค่ขายในไทยไม่ได้ขายต่างชาติ ถ้าเปิดตลาดต่างชาติก็จะยิ่งเติบโตมากกว่านี้”

ที่มา : http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000151620

สำหรับผู้ที่ต้องการนำข่าวไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ส่วนตัว หรือหน่วยงานของท่าน
   กรุณาก็อปปี้โค้ดข้างล่างนี้ เพื่ออ้างอิงแหล่งข่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ:

   คลิกที่ข้อความ แล้ว คลิกขวา เลือก Copy
ความคิดเห็น
ข่าวเด่นประเด็นร้อน ที่มีผู้อ่านแสดงความเห็นล่าสุด
"ทามาก๊อตจิ" รุ่นใหม่ไฮเทคฯกว่าเดิม
"ฝากซื้อเพื่อนไปจะซื้อ 3,205จริง แพง ที่เดมออะลล์ เพื่อนบอกวันที่1ส.ค.ไปนะ "
s_punika at hotmail.com
s_punika
ใครเซ็ง iPhone 4 ซัมซุงให้ Galaxy S ฟรี?
"ซื้อไอโฟน 4 แถมซัมซุง เอส เหอ ๆๆ"
apirukmanphadung at yahoo.com
asakurarext
iPhone 2G,3G,3GS,4 เร็วกว่ากันแค่ไหน?
"จะเร็วแค่ไหน ถ้าใช้แล้วมีปัญหา ไม่อยากจะใช้เลยแฮะ"
skp350 at hotmail.com
โจชินฉือ
Safari มีช่องโหว่แฮคเกอร์ใช้ล้วงข้อมูลได้
""ไม่จริงระบบMACไม่มีไวรัสแน่นอน"
จริงครับ เพราะว่ามีคนใช้น้อยก็เลยไม่ค่อยมีคนอยากเขียนไวรัสมาเล่นงานครับ(ถ้ามีคนใช้เยอะก็ไม่ต่างจากวินโดว์หรอกครับ)
ที่ดีที่สุดก็คือลีนุ๊กแหละครับเจาะยากสุด"
rocknumber1 at gmail.com
rocknumber1
โนเกียแจกฟรีเกมส์แข่งรถบนโอวี่แมพ
"สุดยอดจิง (ถ้ารู้ว่าดาวน์โหลดไง)"
nack-ann at hotmail.com
nack-ann
Safari มีช่องโหว่แฮคเกอร์ใช้ล้วงข้อมูลได้
"แต่เมื่อมีการเอา 3 OS มาตั้งไว้ด้วยกัน แล้วให้ทำการแฮก
MAC นี่ทะลุก่อนตลอดเลยนะครับ ^_^"
spicydog at live.com
spicydog
ใครเซ็ง iPhone 4 ซัมซุงให้ Galaxy S ฟรี?
"พี่samsung เค้าแรงจริงๆ"
jaidee.kub at gmail.com
jaidee.kub
"ทามาก๊อตจิ" รุ่นใหม่ไฮเทคฯกว่าเดิม
"อยากได้ซื้อให้ด้วยจ้ะ ให้ส่งที่เซ็นทรัลพระราม2ด้วยนะ ชั้น3ร้านเกมส์ฝากtamagotchiID สีชมพูไว้ด้วยนะจ้ะ พี่ปุ้ยเป็นหูหนวกจ้า"
s_punika at hotmail.com
s_punika

คำขอบคุณจากทีมงานฝ่ายสมาชิก


สำหรับงาน Commart X-Gen 2010 ที่จัดขึ้นในวันที่ 24-27 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา

อ่านต่อ...

สมัครสมาชิก - โปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ!
Computer Today

สมัครสมาชิก 1 ปี 24 ฉบับ
เพียง 1,320 บาท


สมัครสมาชิกนิตยสาร  วิธีการชำระเงิน

Product Review

Tips
BuzzIdea.tv: Television 2.0
  TeamViewer โปรแกรมเรียกใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งผ่านอินเทอร์เน็ต
Home | ข่าวใหม่ไอที | นิดยสารคอมพิวเตอร์ เครือ ARiP | แนะนำผลิตภัณฑ์ | IT Forum | มุมสมาชิก | Newsletter | สนใจลงโฆษณา

 
Copyright © 2010 by ARIP Public Company Limited
ARIP สงวนสิทธิ์ห้ามทำซ้ำ ทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าในรูปแบบหรือสิ่งใดโดยไม่ได้รับการอนุญาตจาก ARIP เป็นลายลักษณ์อักษร
ARIP และโลโก้ ARIP เป็นเครื่องหมายการค้าของ ARIP Public Company Limited
Contact Webmaster : webmaster@arip.co.th | Send feedback